อยากมีลูก น้ำมะกรูด ช่วยได้จริงไหม ?

หลายๆ คน อาจจะพอเห็นกระแสในโซเชียลมีเดียผ่านตากันมาบ้าง เรื่องน้ำมะกรูดสามารถช่วยให้มีลูกได้ง่ายขึ้นได้ ดื่มในช่วงที่เตรียมตัวตั้งครรภ์ แต่ทั้งนี้ความคิดเห็นก็แตกต่างกันออกไป บ้างก็ว่าได้ผลจริงพร้อมโชว์ผลการตรวจขึ้น 2 ขีด แต้บ้างก็ว่าดื่มค่อนข้างยาก ทำให้ท้องเสีย ปวดท้อง หรือบางรายดื่มแล้วประจำเดือนเลื่อน คุณหมอบางท่านก็ไม่แนะนำก็มี ในฐานะผู้ที่กำลังมีบุตรยากก็เลยไม่รู้ว่าจะลองดื่มดีหรือไม่ วันนี้ iBaby เลยขอนำบทความนี้มาให้ทุกท่านได้ลองอ่านและพิจารณากันดูค่ะ

น้ำมะกรูด ช่วยได้จริงไหม

ก่อนที่เราจะไปดูถึงประโยชน์ว่ามีส่วนช่วยยังไงบ้างในการพยายามตั้งครรภ์ เรามาดูกันก่อนค่ะว่า ปกติแล้วคนทั่วไปใช้ประโยชน์อะไรจากมะกรูดบ้าง

โดยปกติแล้วเราจะใช้น้ำมันที่อยู่ในเปลือกของมะกรูดเพื่อคลายเครียด แช่น้ำร้อนเพื่อให้มีกลิ่นบำบัด หรือเอาใบมะกรูดที่ถือว่าเป็นสมุนไพรไทย ที่มีเบต้าแคโรทีนเป็นส่วนประกอบเพื่อใส่ในเมนูอาหาร ประเภทต้มผัดแกงทอดต่าง ๆ อย่างต้มยำหรือจิ้มจุ่ม นอกจากใบแล้วผลมะกรูดด็สามารถนำไปทำแชมพูสระผมได้อีกด้วย

Quercetin (เควอซิทิน) คืออะไร ?

สาร Quercetin หรือที่เรียก เควอซิทิน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ซึ่งพบมากในผักและผลไม้ที่มีสีแดง สีส้ม หรือสีม่วง มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยลดอาการบวม ควบคุมน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคหัวใจ ซึ่งมักถูกนำไปใช้เพื่อป้องกันมะเร็ง ใช้ในการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคข้ออักเสบ การติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ และโรคเบาหวาน

มีผลต่อร่างกายโดยทั่วไป ช่วยเรื่องลดการอักเสบ ปรับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย เพิ่มเลือดไหลเวียนซึ่งในแง่การทำงานของรังไข่ การลดการอักเสบก็ทำให้รังไข่เสื่อมช้าลง การไหลเวียนเลือดไปรังไข่มดลูกดีขึ้น โอกาสที่รังไข่ได้รับฮอร์โมนในการกระตุ้นไข่มากขึ้น

Quercetin (เควอซิทิน) และงานวิจัย

  • ในผู้หญิงที่เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์พบว่าการได้รับเควอซิทิน 500 มก. จากการเก็บข้อมูลเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ จะมีอาการปวดตึงในตอนเช้าและหลังทำกิจกรรมลกลงอย่างมีนัยยะสำคัญ
  • ในสัตว์ทดลองที่มีอาการของโรคภูมิแพ้ พบว่าเควอซิทิน เข้าไปยับยั้งการแพ้ถั่วลิสงอย่างรุนแรงฉับพลัน แต่ยังไม่มีผลการทดลองในคน
  • ในสัตว์ทดลองที่มีเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก พบว่าเควอซิทินสามารถยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งและกระตุ้นในเซลล์ตายลงได้ แต่เนื่องจากเป็นการทดลองในสัตว์เท่านั้น จึงยังไม่มีการแนะนำให้นำเควอซิทินไปใช้เป็นทางเลือกในการรักษามะเร็ง
  • ในสัตว์ทดลองที่มีความผิดปกติของโรคสมองเสื่อม เช่น อัลไซเมอร์ ในงานวิจัยหนึ่งที่ทดลองกับหนูที่เป็นอัลไซเมอร์ในระยะแรกถึงระยะกลาง และได้รับการฉีดเควอซิทินทุก ๆ 2 วันเป็นระยะเวลา 3 เดือน พบว่าหนูมีการเรียนรู้ดีขึ้น แต่ไม่มีผลต่อสัตว์ทดลองที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ตั้งแต่ระยะกลางถึงระยะสุดท้าย
  • ในโรคความดันเลือดที่ทดลองในหลอดทดลอง พบว่าเควอซิทินช่วยผ่อนคลายหลอดเลือดได้ และการทดลองในหนูก็มีค่าความดันเลือดที่ลดลง ข้อมูลนี้ไปในทิศทางเดียวกันกับการเก็บข้อมูล 9 ชิ้นที่ทำในคน 580 คน ที่รับประทานเควอซิทินในรูปแบบอาหารเสริม 500 มก. ทุกวัน สามารถช่วยลดความดันเลือดลงได้

Quercetin (เควอซิทิน) มีอยู่ในอะไรบ้าง ?

(อ้างอิงจาก https://www.prachachat.net/public-relations/news-793908) พบว่าในมะกรูดมีเควอซิทิน 43±9 มิลลิกรัม ต่อมะกรูด 100 กรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่มากที่สุดเมื่อเทียบกับผักผลไม้อื่น ๆ ในปริมาณที่เท่ากัน แต่ผู้ที่ไม่สามารถดื่มน้ำมะกรูดได้ อาจจะเลือกรับประทานอย่างอื่นได้เช่นกัน แต่อาจจะได้ปริมาณเควอซิทินน้อยกว่าในมะกรูด เช่น

  • เอลเดอร์เบอร์รี่ (Elderberries) มีประมาณเควอซิทิน 42 มิลลิกรัม ต่อจำนวน 100 กรัม
  • หอมแดง (Elderberries) มีประมาณเควอซิทิน 33 มิลลิกรัม ต่อจำนวน 100 กรัม
  • หอมขาว (Elderberries) มีประมาณเควอซิทิน 21 มิลลิกรัม ต่อจำนวน 100 กรัม
  • แครนเบอร์รี่ (Elderberries) มีประมาณเควอซิทิน 15 มิลลิกรัม ต่อจำนวน 100 กรัม
  • พริกเขียว (Elderberries) มีประมาณเควอซิทิน 15 มิลลิกรัม ต่อจำนวน 100 กรัม
  • ผักเคล (Elderberries) มีประมาณเควอซิทิน 7.7 มิลลิกรัม ต่อจำนวน 100 กรัม
  • บลูเบอร์รี่ (Elderberries) มีประมาณเควอซิทิน 5.1 มิลลิกรัม ต่อจำนวน 100 กรัม
  • แอปเปิ้ล (Elderberries) มีประมาณเควอซิทิน 4.7 มิลลิกรัม ต่อจำนวน 100 กรัม

น้ำมะกรูด กับการทำ IUI / IVF / ICSI

สำหรับคนที่จะต้องทำ IUI หรือ ICSI การบริโภคอาหารที่มีเควอซิทิน (Quercetin) ยังช่วยลดความเครียด ทำให้ผู้หญิงสามารถผลิตฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นรังไข่ได้มากขึ้น รวมทั้ง เควอซิทิน (Quercetin) ยังเพิ่มพลังงานของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย รวมทั้งเซลล์ไข่ด้วย ทำให้โอกาสพัฒนาในการเป็นตัวอ่อนที่ดีมีมากขึ้น นอกจากนี้ฃยังมี Vitamin C เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ชะลอวัยเซลล์ไข่ได้อีกด้วย

ในการทำ IUI การบริโภคเควอซิทิน (Quercetin) จะช่วยเพิ่มโอกาสปฏิสนธิได้มากแค่ไหนนั้น ก็มีส่วนช่วยเพิ่มพลังงานของเซลล์ มีโอกาสได้เซลล์ตัวอ่อนที่ดีขึ้น รวมทั้งเพิ่มการไหลเวียนเลือดทำให้เลือดไปเลี้ยงมดลูกมากขึ้น เพิ่มโอกาสการฝังตัวของตัวอ่อน ซึ่งเปอร์เซนต์ความสำเร็จอาจจะขึ้นอยู่หลายปัจจัยต้องดูเป็นราย ๆ ไป

สรุป น้ำมะกรูด กินดีไหม ?

จากข้อมูลของงานวิจัย https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/25557047 มีการศึกษาในหนู พบว่า Quercetin ช่วยให้มีการผลิตไข่มากขึ้นได้จริง แต่ยังไม่ได้งานวิจัยในคน หากท่านใดที่อยากลองกินดูนั้นก็อาจจะทำได้ แต่ไม่ได้เป็นข้อแนะนำจากแพทย์ เนื่องจากยังไม่ได้มีงานวิจัยมากพอ ในการรองรับว่าน้ำมะกรูดนั้น สามารถช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์มากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ

ดังนั้นอาจจะสรุปได้ดังนี้ ในเรื่องของการรับประทานเพื่อหวังผลในการได้รับเควอซิทิน หากรับประทานแล้วรู้สึกว่ามีอาการไม่พึงประสงค์ เช่น แสบท้อง ถ่ายท้อง ไม่ชอบกลิ่นมะกรูดแรง ๆ ไม่ชอบรสชาติของมะกรูด อาจจะต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารอื่น ๆ หรือทำให้รสชาติดีขึ้นได้แทน หรือหากรับประทานไม่ได้จริง ๆ แต่ถ้ายังอยากได้รับเควอซิทิน อาจจะเปลี่ยนจากมะกรูด เป็นการเลือกกินผักและผลไม้ที่มีเควอซิทินแทนก็ได้เช่นกัน หรือจะรับประทานเป็นเควอซิทินสกัดเม็ดแทนก็ได้ แต่ทั้งนี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลรักษาของแพทย์ชำนาญการเฉพาะทาง จึงจะเป็นแนวทางที่ปลอดภัยมากที่สุดค่ะ

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงบางส่วนจาก

https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/25557047
https://www.webmd.com/vitamins/ai/ingredientmono-294/quercetin
https://www.healthline.com/nutrition/quercetin

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

มีข้อสงสัยเพิ่มเติมหรือนัดหมายแพทย์ ติดต่อคลินิก iBaby ได้ที่ช่องทางด้านล่าง

Line: @iBaby หรือ https://lin.ee/xxIlgyJ​
Tel: 021688640-43
Email: info@iBabyFertility.com
Website: http://ibabyfertility.com
WeChat: iBaby_Fertility