การเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ไม่ได้มีการแค่ดูแลสุขภาพทั่วไป ปัจจัยที่สำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อการตั้งครรภ์ก็คือฮอร์โมน เพราะฮอร์โมนจะทำการควบคุมกระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการเจริญพันธุ์ เช่น การตกไข่ การเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูก และการพัฒนาของตัวอ่อน หากฮอร์โมนมีความผิดปกติเพียงเล็กน้อย ก็อาจจะส่งผลต่อภาวะการเจริญพันธุ์ได้

ทำไมถึงต้องตรวจฮอร์โมนก่อนตั้งครรภ์
- ประเมินภาวะการเจริญพันธุ์ เช่น ฮอร์โมน FSH, LH, Estradiol (E2)
- ตรวจหาความผิดปกติระหว่างการตั้งครรภ์ เช่น โปรแลคตินสูง ฮอร์โมนไทรอยด์ผิดปกติ (TSH, FT4)
- ช่วยวางแผนการรักษา หากพบฮอร์โมนไม่สมดุล แพทย์จะพิจารณาให้ยาเพื่อปรับสมดุลฮอร์โมนก่อนเริ่มตั้งครรภ์หรือทำเด็กหลอดแก้ว (IVF)
- ลดภาวะแทรกซ้อน เช่น การแท้งบุตร
ฮอร์โมนที่ตรวจก่อนตั้งครรภ์ และมีหน้าที่ทำอะไรบ้าง
- FSH (Follicle Stimulating Hormone) ทำหน้าที่กระตุ้นการเจริญเติบโตของไข่ ควบคุมรอบเดือน ช่วยประเมินภาวะการเจริญพันธุ์ เช่น ถ้าหากระดับ FSH สูงผิดปกติอาจบ่งชี้ได้ว่า รังไข่เริ่มเสื่อม หรือมีไข่เหลือน้อย หาก FSH ต่ำเกินไป ก็หมายถึงร่ายกายไม่กระตุ้นการตกไข่
- LH (Luteinizing Hormone) ฮอร์โมนที่สั่งให้ไข่ตก หลังจากไข่ตกจะหลั่งโปรเจสเตอโรนเพื่อเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกให้พร้อมสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน ช่วยควบคุมรอบเดือน ถ้า LH มีระดับไม่สมดุล ก็จะทำให้ไข่ไม่ตก และอาจทำให้ตั้งครรภ์ได้ยาก โดยปกติจะทำงานร่วมกับ FSH
- Estradiol (E2) ช่วยให้ไข่ตก กระตุ้นการเจริญของเยื่อบุโพรงมดลูก ช่วยให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาขึ้น และมีเลือดมาเลี้ยงให้เพียงพอ เพื่อรองรับการฝังตัวของตัวอ่อน เป็นตัวชี้วัดสำคัญของการทำงานของรังไข่ และความพร้อมของร่างกายในการตั้งครรภ์ นอกจากเรื่องการตั้งครรภ์แล้ว E2 ยังส่งผลต่ออารมณ์ การนอน ความต้องการทางเพศ และการเผาผลาญในร่างกาย
- Progesterone เป็นฮอร์โมนหลักในช่วงหลังการตกไข่ เพื่อทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวขึ้น มีต่อมเลือดและสารอาหารสำหรับตัวอ่อน ยั้งการบีบตัวของมดลูก เพื่อไม่ให้ตัวอ่อนหลุดหรือถูกขับออก เตรียมพร้อมสำหรับการผลิตน้ำนมหลังคลอด
- Prolactin ควบคุมความสมดุลของฮอร์โมนเพศหญิง หาก Prolactin สูงเกินไป อาจทำให้ประจำเดือนขาดหรือมาไม่สม่ำเสมอ ทำให้ตั้งครรภ์ยาก
- TSH / FT4 ควบคุมการทำงานของต่อมไทรอยด์ หากฮอร์โมนไทรอยด์ไม่สมดุลทำให้ไข่ไม่ตกหรือรอบเดือนผิดปกติ ทำให้ตัวอ่อนฝังตัวได้ยาก และอาจมีความเสี่ยงในการแท้ง
- AMH ตัวชี้วัดปริมาณไข่ที่เหลือในรังไข่ไม่ใช่คุณภาพไข่ ใช้เป็นแนวทางในการรักษาผู้มีบุตรยาก ใช้ตรวจภาวะรังไข่เสื่อมก่อนวัย หรือ PCOS
หากกำลังวางแผนมีบุตร หรือพยายามมีบุตรมานานแต่ยังไม่สำเร็จ การตรวจฮอร์โมนจะช่วยให้เข้าใจร่างกายตนเองมากขึ้น และอาจช่วยวางแผนการตั้งครรภ์ได้ค่ะ
1. การประเมินปริมาณสำรองรังไข่ (Ovarian Reserve)
ฮอร์โมนเหล่านี้ใช้เพื่อดูว่ารังไข่ยังมีไข่เหลืออยู่มากน้อยแค่ไหน และตอบสนองต่อยาอย่างไร:
- AMH (Anti-Müllerian Hormone):
- หน้าที่: เป็นตัวชี้วัดที่ดีที่สุดในปัจจุบันสำหรับปริมาณไข่ที่เหลืออยู่ (Ovarian Reserve) ไม่ใช่คุณภาพไข่
- ความสำคัญ: ช่วยแพทย์ประเมินว่าควรใช้ยาและขนาดเท่าใดในการกระตุ้นไข่ และคาดการณ์จำนวนไข่ที่น่าจะเก็บได้ในการทำ IVF
- ข้อดี: สามารถตรวจได้ทุกช่วงของรอบเดือน ไม่จำเป็นต้องงดอาหาร
- FSH (Follicle Stimulating Hormone):
- หน้าที่: กระตุ้นการเจริญเติบโตของถุงไข่ (Follicle) ในรังไข่
- ความสำคัญ: หากมีระดับ FSH สูง บ่งชี้ว่ารังไข่เริ่มเสื่อม หรือมีไข่เหลือน้อยลง ทำให้ต้องใช้ FSH ในปริมาณมากเพื่อกระตุ้นไข่ได้
- Estradiol :
- หน้าที่: เป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนหลักที่สร้างจากถุงไข่
- ความสำคัญ: ค่าที่สูงผิดปกติในช่วงต้นรอบเดือน อาจบ่งชี้ว่ามีซีสต์ที่ยังหลงเหลืออยู่ หรือมีถุงไข่โตก่อนเวลาอันควร ซึ่งอาจทำให้การตอบสนองต่อยาฉีดกระตุ้นไข่ไม่ดี
2. ฮอร์โมนที่ส่งผลต่อรอบเดือนและการฝังตัว (Cycle Regulation and Implantation)
- LH (Luteinizing Hormone):
- หน้าที่: กระตุ้นให้เกิดการตกไข่ (Ovulation)
- ความสำคัญ: มักตรวจร่วมกับ FSH และ E2 เพื่อประเมินการทำงานของต่อมใต้สมองและรังไข่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิงที่เป็นภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS)
- Progesterone:
- หน้าที่: เตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกให้พร้อมสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน
- ความสำคัญ: หากมีระดับ Progesterone สูงในช่วงต้นรอบเดือน (ก่อนการเก็บไข่) อาจส่งผลเสียต่อคุณภาพของเยื่อบุโพรงมดลูก ทำให้แพทย์ต้องเลื่อนการย้ายตัวอ่อนออกไป
- Prolactin:
- หน้าที่: ควบคุมการผลิตน้ำนม และมีผลยับยั้งการตกไข่
- ความสำคัญ: หากมีระดับ Prolactin สูงเกินไป อาจรบกวนการทำงานของฮอร์โมนเพศอื่นๆ และทำให้ไข่ไม่ตกหรือรังไข่ตอบสนองต่อการกระตุ้นได้ไม่ดี
3. การประเมินสุขภาพทั่วไปที่ส่งผลต่อการตั้งครรภ์
- TSH (Thyroid-Stimulating Hormone)
- หน้าที่: ฮอร์โมนที่ควบคุมการทำงานของต่อมไทรอยด์
ความสำคัญ: หากฮอร์โมนไทรอยด์มีความผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นภาวะไทรอยด์ต่ำหรือสูง อาจส่งผลกระทบต่อรอบเดือน การตกไข่ การฝังตัวของตัวอ่อน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้งบุตรได้ แพทย์มักจะปรับระดับฮอร์โมนไทรอยด์ให้เป็นปกติก่อนเริ่มทำ IVF

Appointment
iBaby Fertility & Genetic Center
11 Floor, Athenee Tower, Wittayu Road
Mon – Sat 9 am – 4 pm
More Information
Tel : +6621688640
Tel : +6621688641
Tel : +6621688642
Tel : +6621688643
Mail : info@iBabyFertility.com