การรักษาภาวะมีบุตรยาก
โดยวิธีการฉีดน้ำเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก (IUI)

ขั้นตอนที่ 1 : การกระตุ้นไข่
ยารับประทาน : เริ่มให้ยารับประทานหลังจากที่ตรวจอัลตราซาวน์และตรวจเลือดในวันที่ 3 ของประจำเดือน โดยทั่วไปมียาอยู่ 2 ชนิดคือ Clomid and letrozole (Femara) รับประทานตั้งแต่วันที่ 3 จนถึงวันที่ 7 ของประจำเดือน (ทั้งหมด 5 วัน) หลังจากนั้น ทำอัลตราซาวน์ทางช่องคลอดในวันที่ 10 หรือ 11 ของการรับประทานยา (เริ่มนับจากวันเริ่มทานยา) เพื่อดูการโตของถุงไข่ในรังไข่

ยาฉีดกระตุ้นไข่ : ถ้าการรับประทานยาไม่ได้ผล อาจจะต้องใช้ยาฉีดซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ชื่อว่า follicle-stimulating hormone (FSH) ซึ่งการฉีดยาอาจจะร่วมกับยารับประทานโดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 5 หรือ 6 ของการทานยา (เริ่มนับจากวันที่เริ่มทานยา) หรือ อาจจะ เริ่มฉีดยาตั้งแต่วันที่ 3 ของประจำเดือนเลยก็ได้ ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของคนไข้แต่ละคน เมื่อพบว่าถุงไข่วัดได้ 16-18 มิลลิเมตร ขึ้นไป คนไข้จะได้รับการฉีดยาให้ไข่ตกชื่อว่า human chorionic gonadotropin (hCG) ซึ่งไข่จะตกหลังจากที่ฉีดยาใน 36 ชั่วโมงถัดไป แต่การฉีดเชื้อจะฉีดในเวลา 42 ชั่วโมงหลังการฉีดยาให้ไข่ตกเพื่อให้เวลาไข่เดินทาง มาที่ท่อนำไข่แล้วพบกับเชื้ออสุจิพอดี
ขั้นตอนที่ 2 : การเก็บอสุจิเพื่อการฉีดเชื้อ
น้ำเชื้ออสุจิจะถูกเก็บเองโดยฝ่ายชายนำเชื้อออกมาแล้วใส่ลงในกระปุกปลอดเชื้อที่คลินิกเตรียมไว้ให้ โดยเก็บในสถานที่ห้องส่วนตัวที่อยู่ในคลินิก ถ้าเก็บเองไม่ได้อาจจะต้องให้ภรรยาช่วยเก็บในห้องส่วนตัวร่วมด้วย หรือบางคนเก็บในห้องไม่ได้อาจจะต้องเก็บจากที่บ้านหรือโรงแรมแล้วนำเอาอสุจิมาภายในครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงโดยไม่ต้องแช่แข็งหรือประคบอุ่นใดๆ

คลินิกจะต้องเตรียมเชื้ออสุจิหลังเก็บมาได้ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้เวลาเชื้ออสุจิละลาย และเตรียมคัดเชื้ออสุจิ
ขั้นตอนที่ 3 : ขั้นตอนการฉีดเชื้อ
เมื่อฝ่ายหญิงมาถึงที่คลินิค พนักงานจะพาไปเปลี่ยนชุดและพาเข้าห้องฉีดเชื้อ จากนั้นนอนบนเตียงตรวจ คลุมผ้า ขึ้นขาหยั่ง คุณหมอจะสอดเครื่องมือตรวจภายในเข้าไปในช่องคลอด เช่นเดียวกับเวลาที่ตรวจมะเร็งปากมดลูก

หลังจากนั้นคุณหมอจะดูดเชื้ออสุจิเข้าสู่สายฉีดเชื้อ แล้วสอดสายฉีดเชื้อผ่านช่องคลอด ปากมดลูกเข้าสู่โพรงมดลูกแล้วคุณหมอจะฉีดเชื้อที่คัดแล้วเข้าไปจนหมด แล้วถอนสายฉีดพร้อมกับเครื่องมือตรวจภายในออก จากนั้นคนไข้ก็สามารถเอาขาออกจากขาหยั่งและนอนราบได้

หลังจากฉีดเชื้อจะให้พักผ่อนบนเตียงประมาณ 15-20 นาที หลังจากนั้นเปลี่ยนชุดกลับบ้านแล้วใช้ชีวิตได้ตามปกติทั่วไป

ข้อแนะนำหลังการฉีดเชื้อ หลังจากการฉีดเชื้อมีข้อแนะนำบางอย่างที่อาจจะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ คนไข้สามารถกลับไปทำงานหรอออกกำลังกายได้ตามปกติ สามารถมีเพศสัมพันธุ์ได้ ซึ่งกรณีที่เชื้ออสุจิน้อย แนะนำให้มีเพศสัมพันธุ์หลังการฉีดเชื้อ1วันเพื่อจำนวนเชื้อแเละโอกาสการตั้งครรภ์
ขั้นตอนที่ 4 : การตรวจการตั้งครรภ์และความสำเร็จ
การตรวจเลือดเพื่อดูว่าตั้งครรภ์หรือไม่ ในวันที่ 14 หลังการฉีดเชื้อ ในความเป็นจริง การตรวจเลือดมีความแม่นยำกว่าการตรวจปัสสาวะเองที่บ้าน การตรวจปัสสาวะมีโอกาสที่ได้ผลลบลวงได้ง่าย ถ้าตรวจเลือดแล้วพบว่าตั้งครรภ์ก็สามารถที่ตรวจอีกครั้งใน 1 สัปดาห์ถัดไป การเพิ่มขึ้นของระดับฮอร์โมนตั้งครรภ์ hCG จะประมาณ 2 เท่าทุกๆ 2 วัน

โอกาสการตั้งครรภ์หลังการฉีดเชื้อตามอายุของฝ่ายหญิง
• ต่ำกว่า 35 ปี : 10-20 เปอร์เซ็นต์
• ระหว่าง 35-40 ปี : 10 เปอร์เซ็นต์
• มากกว่า 40 ปี : 2-5 เปอร์เซ็นต์

โอกาสการตั้งครรภ์จะเพิ่มตามจำนวนครั้งของการฉีดเชื้อ อย่างไรก็ตามการฉีดเชื้ออาจจะต้องทำ 3-6 ครั้งก่อนที่จะสำเร็จ ถ้าฉีดเชื้อ 3-6 ครั้งแล้วไม่สำเร็จ อาจจะต้องปรึกษาคุณหมอเพื่อตรวจหรือรักษาด้านอื่นเพิ่มเติมต่อไป